small apple minimize
Web Design Lover
  กรกฎาคม 31, 2010, 02:30:37 pm *
  ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ค้นหา  
หน้าแรก  ช่วยเหลือ  ค้นหา  สมาชิก  เข้าสู่ระบบ  สมัครสมาชิก 
Shout Box
หน้า: [1] ลงล่าง  
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ขาตั้งกล้อง  (อ่าน 1097 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:27:10 pm »

..............เห็นมีคำถามเรื่องเลือกขาตั้ง กล้องอย่างไรดีหลายรอบแล้วเหมือนกัน เลยอยากเอาปรสบการณ์มาแชร์ด้วย และข้อมูลบางอย่างที่เคยอ่านพบอ่านเจอในหนังสือมาบอกกล่าวกัน อาจพอเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อเลือกใช้บ้างได้มากก็น้อย

.............. ขาตั้งกล้อง(Tripod) บางคนเรียกสามขา ชื่อก็บอกอยู่แล้วสามขาเพระาะฉนั้นต้องมีสามขา (Monopod ไม่เกี่ยวนะวุ้ย) เป็นสิ่งเพิ่มความมั่นคงให้กับกล้อง ให้เกิดการสั่นไหวน้อยที่สุดในการถ่ายภาพ สิ่งที่น่าจะควบคู่ไปกับขาตั้งกล้องคือสายลั่นชัตเตอร์ สองอันประกอบกันเข้าน่าจะทำให้การถ่ายภาพ หนักแน่นดั่งภูผาได้ แต่..........
...............จะให้มั่นคงมั่นก็ต้องแข็งแรง จะให้แข็งแรง มันก้ต้องใช้วัสดุที่ดี การออกแบบการประกอบที่ดี จะแข็งแรงอย่างเดียวก็ไม่ไหว ไม่งั้นก็ ไปซื้อเล็กข้ออ้อยมาอ๊อกใช้ โห แข็งแรงสุดๆ แต่ตั้งตรงไหนคงทิ้งไว้ตรงนั้น มันต้องพาไปไหนสะดวก น้ำหนัก? ....คงต้องแลกกันบ้างล่ะหน่า ชายอกสามศอก กลัวอะไร จริงป่ะ แล้วก็ ของถูกแล้วดี โคตระหายากเลยในโลกนี้ ของดีต้องแลกด้วเงิน สัจจธรรม ก่อนตัดสินใจซื้อให้ความเห็นไว้สักนิดเพื่อสะกิดใจ ขาตั้งกล้องเป็นอะไรที่แทบจะสามารถลงทุนหนเดียว เลือกได้ถูกต้องเมื่อไรใช้กันไปจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง ไม่ค่อยมีแฟชั่นให้ต้องตาม ยกเว้นแต่กิเลส อันนี้ตัวใครตัวมัน ลองมาพิจารณาไปทีละจุดกันดีก่า

1. ขา ไม่มีขาก็ไม่ใช่ขาตั้งสิ ส่วนประกอบของขา ก็มีวัสดุที่ใช้ในการผลิต ลักษณะ จำนวนท่อน ตัวล็อค...
....... วัสดุ ในอดีตดั้งเดิมทำจากไม้ ใครไม่เคยเห็นไปหาดูพวกกล้องsurvey พอก้าวหน้าขึ้นก็เริ่มเป็นโลหะ พวกอลูมิเนียม พวกวัสดุผสมอย่างแม็กนีเซี่ยม แล้วสุดยอดตอนนี้คือคาร์บอน อลูมิเนียมความแข็งแรงทนทานขึ้นกับการออกแบบ ยิ่งดีก้ยิ่งหนัก เลยต้องทำพวกวัสดุผสมมาเพื่อให้คงความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบาลง แต่ก็ต้องจ่ายมากขึ้นแบบแปรผกผัน สุดยอดความเบาและแข็ง(แต่เปราะ) ก็ต้อง คาร์บอน พร้อมกับราคาที่เข็ดฟัน
......ลักษณะ ของขาเป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป ขาตั้งถูกๆมักเป็นขาแบบเหลี่ยม ซึ่งเป็นการเอาแผ่นโลหะบางๆ มาพับ จะให้ดีต้องใช้แบบกลมซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้กรรมวิธีที่เรียก EXTRUDE คือทำออกมาเป็นท่อกลมเลย บางเจ้าอาจมีการใช้วิธีม้วนแผ่นโลหะแล้วค่อยเชื่อมเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน (แหมน่าจะมีใครลองเอาท่อประปาPVC มาลองทำบ้างนะ) ขนาดของท่อ แน่นอน ยิ่งใหญ่ยิ่งแข็งแรง ส่วนของคาร์บอนนี่แน่นอนเบาหวิว แต่ก็ปลิวลมแม้ว่าจะแข็ง เวลาใช้บนเขาสมแรงๆ ต้องวกาหินหากระเป๋ากล้องคอยห้อยถ่วงด้วย ขาตั้งที่วัสดูไม่ดี แม้จะเบา แต่ไม่มีความแข็งแรง วางกล้องลง แค่กดชัตเตอร์นิดเดียวก็ จะแบะตามแรงกดแล้ว ไม่ต้องไปพูดถีงเวลาไปเจอลมแรงๆ หรือเอาไปตั้งในน้ำที่ไหล มันจะปลิวตามแทบคว้าไม่ทันเชียว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:27:36 pm »

.......จำนวนท่อน ท่อนยิ่งน้อยยิ่งแข็งแรง แต่แข็งแรงแล้วเกะกะก็ท่าจะไม่ไหว ปกติก็สามท่อน กำลังสวย สี่ท่อนก็สำหรับคนต้องการความกะทัดรัด แต่ก็ต้องชดเชยไปกับความแข็งแรง หรือไม่ก็น้ำหนัก
........ตัวล็อค เมื่อมันมีหลายท่อน เวลายืดออกมาจะให้มันอยู่ ก็คงต้องจับมันล็อค ตัวนี้แหละ หลายครั้งที่ก่อปัญหา อยากให้มันอยู่มันดันเล่นรวงสาละวันเสียนี่ ระบบล็อคมีลายแบบ แบบขันแน่น แบบสปริงกดล็อค อีกแบบที่เอาสองอย่างมาผสมกันก็ แบบแกนบิดล็อค ที่แข็งแรง แน่หนาดีที่สุด ไม่เสียง่ายก็ แบบขันแน่น แต่ทำไรทีไม่ค่อยทันใจ ส่วนแบบสปริงกดล็อคก็สดวกดี แต่พังง่ายไปหน่อย แบบแกนบิดล็อค(ตัวอย่าง MAN 055) ก็แข็งแรงดี ความสะดวกใช้ได้ หลวมก็ ขันแน่นใหม่ได้ วัสดูที่ใช้ก็ต้องพิจารณา ไม่ใช่กระแทกอะไรหน่อยก็แตก หรือบิดแรงๆหักคามือเลย

2. ความสูง ความสูงเท่าไรจึงจะเหมาะ เนื่องจากเราต้องการขาตั้งกล้องมาเพื่อความมั่นคงแข็งแรงในการถ่ายภาพ แกนกลางอยากให้เป็นของแถมในกรณีที่ต้องการให้เพิ่มความสูงเป็นพิเศษ ถ่ายแล้วต้องไม่ปวดหลังเพราะต้องก้มตลอดเวลา ดังนั้นหลักง่ายๆ คือ ความสูงที่เหมาะสมคือ ขาตั้งกล้องที่อย่างน้อยที่สุด เมือยืดขาสุดแล้วประกอบหัวและกล้องเข้าไปแล้ว คุณสามารถยืนเล็งช่องมองภาพได้สบายๆ ไม่ต้องก้ม ไม่ต้องยืดแกนกลางออกมา โห คิดดูเวลาใครเดินผ่านไปมาจะดูเราเท่หืขนาดไหน ยืนอกผายไหล่ผึ่ง ตัวตรง ไม่ต้องก้มให้ปวดให้เมื่อยเวลาถ่ายรูป ส่วนเจ้าแกนกลางเอาไว้ต้องไปใช้อะไรที่สูงพิเศษแล้วค่อยยืดออกมาใช้ แนะนำให้ใช้ร่วมกับสายลั่นชัตเตอร์ทุกครั้งหลังอาหารและก่อนนอน)

3. ความเตี้ย อ่ะ มีสูงแล้วก็ต้องมีเตี้ยสิ มันจะเตี้ยได้สุดๆแค่ไหน ไอ้ที่เรียกกางราบไง สำหรับพวกMACROISM ทั้งหลาย เตี้ยสุดเท่าไรยิ่งดี แต่เตี้ยแล้วต้องดูด้วยนาว่าแข็งแรง บางรุ่นเพื่อให้เตี้ยมากแกนกลางสามารถถอดออกได้เป็นท่อน หรือ มี optionแกนสั้น
3. อืนๆ พวกปลายขา ถ้าเป็นแบบปรับเป็นยางได้ เป็นเดือนเหล็กแหลมได้ก้จะช่วยให้ใช้งานได้คล่องขึ้น ไม่ใช่ใช้เหล็กเดือยไปตั้งบนพื้นปาร์เกต์
ส่วนแกนกลาง ควรเป็นแบบสามารถเปลี่ยนหัวได้ ตัวน๊อตใส่หัวนี่ ขาฝรั่งมันมาตราฐาน สามหุน(3/8") ของญี่ปุ่นสองหุน (1/2")
4. อย่างอื่นล่ะ ต้งค์ไง ตังค์ มีงบเท่าไรอ่ะ อย่าขี้เหนียวกับขาตั้งกล้องนา บอกแล้วซื้อให้ถูกต้องใช้จนกล้องพังไปไม่รู้กี่ตัวขายังอยู่ดีเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:28:38 pm »

ข้อมูลที่จะให้ต่อไปนี้เป็น spec เปรียบเทียบขาตั้งของแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น อย่างไรก็ดี เนื่องจากจำนวนรุ่นของขาตั้งมีเยอะมาก ๆ ๆ ๆ

จึงขอสรุปข้อมูลเฉพาะรุ่นที่อยู่ในความสนใจของผู้ที่กำลังมองหาขาตั้งเท่านั้น นอกเหนือจากนี้คงต้องไปขวนขวายหากันต่อเองนะครับ ^_^

มา เริ่มที่ยี่ห้อที่ popular ที่สุดกันก่อน นั่นคือ Manfrotto จากอิตาลี ปัจจุบันตัวแทนในไทยคือ Advanced Photo System โทร 02-8918791-3 สำหรับ manfrotto

ขาตั้งรุ่นที่นักถ่ายภาพชาวไทยให้ความสนใจมาก และเป็นรุ่นที่ขายดีมาตลอดจะมีอยู่ 2 รุ่น คือ 190 และ 055

ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ได้มีการพัฒนาให้มีความน่าใช้มากขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

Manfrotto 190 เป็นขาตั้งรุ่นกลาง ๆ ขนาดและน้ำหนักที่ไม่มากเกินไปนักทำให้มันได้รับความนิยมมากพอควร รุ่นที่ทำการปรับปรุงใหม่มีทั้งหมด 4 รุ่น คือ

190D 190CL 190NAT2 และ 190PRO

รุ่น D ใช้ระบบล๊อคใหม่ คอขาตั้งใหม่ แกนกลางและเพลทใหม่ แต่ระบบล๊อคขาเป็นลูกบิดแบบรุ่นเดิม

รุ่น CL เหมือนรุ่น D แต่ใช้ระบบล๊อคขาแบบใหม่เป็นก้านบีบ

รุ่น NAT2 เป็นสีเขียวขี้ม้า แกนขาหุ้มด้วยฟองน้ำเนื้อแน่น ปลายขาเป็นแกนจิกทราย

รุ่น Pro คอขาตั้งหมุนได้รอบตัวโดยมีตัวยึดแกนทั้งแนวดิ่งและแนวราบ สามารถถอดแกนกลางออกมาเพื่อใช้กับตัวยึดแนวราบได้ พร้อมมีระดับน้ำให้ในตัว

Spec โดยสรุปของทั้ง 4 รุ่นมีดังนี้

190D : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - MINI - BASIC
ความสูงเมื่อกาง 116 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 145 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 17 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 5 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 1.74 กก

190CL : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - MINI - CLASSIC
ความสูงเมื่อกาง 116 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 145 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 17 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 5 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 1.74 กก

190NAT2 : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - MINI - NATURE
ความสูงเมื่อกาง 119 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 148 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 17 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 5 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 2.2 กก

190PRO : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - MINI - PRO
ความสูงเมื่อกาง 119 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 145 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 21 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 5 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 1.9 กก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:28:59 pm »

Manfrotto 055 เป็นขาตั้งรุ่นกลางค่อนไปทางใหญ่ น้ำหนักมากกว่า 190 พอประมาณ แต่ได้ความสูงของขาตั้งที่เพิ่มขึ้น จึงเหมาะกับผู้ที่มีส่วนสูงมากเป็นพิเศษ

รุ่นใหม่ที่ปรับปรุงนี้มี ให้เลือกมากถึง 5 รุ่น ได้แก่ 055A 055CL 055SS 055NAT2 และ 055PRO แต่ไม่แน่ใจว่าตัวแทนเอาเข้ามาครบทุกรุ่นหรือเปล่า

ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ปรับปรุงคล้ายกับของ 190 แต่มีรุ่น Deluxe เพิ่มมาให้เลือกอีก 1 รุ่น ซึ่งก็คือรุ่น NAT2 สีดำนั่นเอง

Spec โดยสรุปของทั้ง 5 รุ่นมีดังนี้

055A : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - BASIC
ความสูงเมื่อกาง 137 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 181 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 56 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 6 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 2.2 กก

055CL : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - CLASSIC
ความสูงเมื่อกาง 135 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 178 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 8 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 6 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 2.3 กก

055SS : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - DELUXE
ความสูงเมื่อกาง 138 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 181 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 8 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 6 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 2.8 กก

055NAT2 : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - NATURE
ความสูงเมื่อกาง 136 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 181 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 8 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 6 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 2.8 กก

055PRO : QUICK CENTER COLUMN TRIPOD - PRO
ความสูงเมื่อกาง 135 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 176 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 11 ซม
รับน้ำหนักได้สูงสุด 6 กก
น้ำหนักเฉพาะขาตั้ง 2.4 กก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:29:29 pm »

ยี่ห้อถัดไปที่มักมีการนำมาเปรียบเทียบกันเสมอ ๆ เนื่องจากขนาด น้ำหนัก และราคาใกล้เคียงกัน เรียกว่าเป็นคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อทีเดียว นั่นก็คือ Slik จากญี่ปุ่น โดยมีตัวแทนนำเข้าคือ เซ็นทรัลเทรดดิ้ง โทร 02-3675511-5

ขาตั้งของ Slik ที่ขายดีและได้รับความสนใจมาก 2 รุ่นก็คือ PRO 500DX II และ PRO 700DX ชนิดที่เรียกว่าเจอกลุ่มนักถ่ายภาพที่ไหนก็ต้องเห็นมีคนใช้ 2 รุ่นนี้ จุดเด่นอันหนึ่งของ Slik คือการใช้โลหะพิเศษ AMT ทำให้ขาตั้งมีน้ำหนักเบาแต่ก็แข็งแรง ทนทาน จุดด้อยของ Slik เห็นจะอยู่ที่เรื่องการกางราบ อันเนื่องมาจากรุ่นมาตรฐานแกนกลางไม่สามารถแบ่งส่วนได้ ถ้าจะต้องการกางราบต้องซื้อแกนกลางสั้นแยกต่างหาก แต่ Slik ก็มีข้อดีคือขายขามาพร้อมหัวแพนเลย ในขณะที่ Man ต้องซื้อหัวแยกต่างหาก

Spec โดยสรุปของ Slik ทั้ง 2 รุ่นมีดังนี้

PRO 500 DXII ปรับปรุงมาจากรุ่น 500DX โดยมี spec ส่วนใหญ่ไม่ต่างกัน ยกเว้นหัวแพนที่ใช้รุ่นใหม่ SH-706

ที่มีน้ำหนักเบาและใช้งานได้คล่องตัวกว่ารุ่นเดิม
ความสูงเมื่อกาง 136 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 162.5 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 47 ซม (35 ซม เมื่อใช้แกนกลางสั้น)
น้ำหนักขาตั้งรวมหัว 2.37 กก
จำนวนเซกชั่นของขา 3 ช่วง

PRO 700 DX เป็นขาตั้งรุ่นใหญ่ที่เคลมว่ารับน้ำหนักกล้องมีเดียมได้สบาย ๆ
ความสูงเมื่อกาง 152 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 190 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 62 ซม (40 ซม เมื่อใช้แกนกลางสั้น)
น้ำหนักขาตั้งรวมหัว 3.2 กก
จำนวนเซกชั่นของขา 3 ช่วง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:29:54 pm »

ยี่ห้อถัดไปคือ Velbon จากญี่ปุ่นเช่นกัน เคยเป็นยี่ห้อที่ขายดีมาก ๆ ในอดีต โดยเฉพาะรุ่น VEF-3 ที่มียอดขายถล่มทลายเพราะเป็นเพียงยี่ห้อเดียวในขณะนั้นที่มีราคาไม่แพง และสามารถถอดแกนกลางเพื่อกางราบได้ ปัจจุบันตัวแทนคือ Foto System โทร 02-9347701-6 ขาตั้งรุ่นที่มีชื่อเสียงของ Velbon ตอนนี้เห็นจะเป็นขา Carbon Fiber ที่ในเมืองไทยทำราคาได้ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ ที่จริงขารุ่นอื่น ๆ ของ Velbon ที่น่าสนใจมีอีกมาก เพียงแต่ตัวแทนจะนำเข้ามาหรือไม่เท่านั้น ซึ่งคงต้องสอบถามกันเอาเอง เลยจะขอแนะนำเป็นบางรุ่นเท่านั้นครับ

Mountain Ace II
ความสูงเมื่อกาง 142 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 170.5 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 28 ซม
น้ำหนักขาตั้ง 2.5 กก
จำนวนเซกชั่นของขา 3 ช่วง
ราคาตั้งในญี่ปุ่น 39,800 เยน (ราคาพร้อมหัวบอล PH-163HA)

Carmagne 640II ขาตั้งคาร์บอนไฟเบอร์ที่ขายดีที่สุดในไทย ทำการปรับปรุงมาจากรุ่น 640 ในเรื่องการล๊อคขาที่รุ่นเดิมล๊อคค่อนข้างยากให้ง่ายขึ้น

ส่วนอย่างอื่นเหมือนเดิม
ความสูงเมื่อกาง 152 ซม
ความสูงเมื่อยืดท่อนกลางสูงสุด 184 ซม
ความสูงเมื่อกางราบ 15 ซม
น้ำหนักขาตั้ง 1.35 กก
จำนวนเซกชั่นของขา 4 ช่วง
ราคาตั้งในญี่ปุ่นเฉพาะขา 66,000 เยน ในขณะที่ราคาในไทยรุ่น 640 อยู่ที่ประมาณหมื่นกว่าบาท เท่านั้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:30:42 pm »

สุดท้ายเป็นเรื่องของหัว ขาตั้งว่าเลือกยากแล้ว หัวกลับเลือกยากยิ่งกว่า เพราะมีให้เลือกว่าจะเอาเป็นหัวบอลหรือหัวแพน (หรือหัวแบบ joy stick ก็มี) แถมยังมียี่ห้อและรุ่นของหัวทั้ง 2 แบบ ให้เลือกอีกมากมาย คิดแล้วกลุ้มครับ ที่เอามาเล่าสู่กันฟังในวันนี้เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เพียงแต่รุ่นเหล่านี้ค่อนข้างมีคนใช้เยอะ เลยจะได้ยินชื่ออยู่บ่อย ๆ

หัว แพนมี 1 รุ่น คือ 141RC ของ Manfrotto ถือเป็นหัวแพนคู่บารมีสำหรับผู้ที่ซื้อขา Man แล้วต้องการหัวแพนก็ว่าได้ 141RC เป็นหัวแพน 3 ทาง มี quick release ในตัว มีความสูง 13 ซม น้ำหนักมากถึง 1 กก แต่ก็รับ load ได้มากถึง 6 กก

หัวบอล มี 6 รุ่น ได้แก่

Manfrotto 352RC มี quick release ในตัวเช่นกัน เป็นหัวรุ่นเล็ก น้ำหนักเบาเพียง 0.5 กก สูง 11 ซม รับโหลดได้ประมาณ 4 กก

Slik Proball 800 มี quick release ในตัว เป็นหัวรุ่นเล็กเช่นกัน

Velbon PH-263 และ PH-263Q เป็นหัวบอลรุ่นเล็ก มีสเปกเหมือนกัน เพียงแต่รุ่น Q จะมี quick release ให้ ทำด้วยแมกนีเซียมอัลลอยด์ ทำให้มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงทนทาน รุ่น Q สูง 10.3 ซม หนัก 0.32 กก

Velbon PH-273 และ PH-273Q เป็นหัวบอลรุ่นกลาง มีสเปกเหมือนกัน เพียงแต่รุ่น Q จะมี quick release ให้ ทำด้วยแมกนีเซียมอัลลอยด์ ทำให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน รุ่น Q สูง 11.8 ซม หนัก 0.46 กก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
bogus
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 147
ออฟไลน์ ออฟไลน์


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2008, 04:31:19 pm »

ทีนี้มาว่ากันเรื่องราคาบ้าง ต้องบอกก่อนว่าราคานี้เป็นราคาโดยประมาณเท่านั้นนะครับ ถ้าต้องการซื้อจริงคงต้องเช็คราคากันเองอีกครั้ง รุ่นที่ไม่ทราบราคาแสดงว่าตัวแทนไม่ได้นำเข้าครับ

Manfrotto 190D 3,900 บาท
Manfrotto 190PRO 4,500 บาท
Manfrotto 190NAT2 5,000 บาท (ราคาพร้อมหัวแพน 141)
Manfrotto 055A 4,400 บาท
Manfrotto 055PRO 6,100 บาท
Manfrotto 055NAT2 9,000 บาท (ราคาพร้อมหัวแพน 141)

Slik Pro 500DXII ราคาพร้อมหัว 3,900 บาท
Slik Pro 700DX ราคาพร้อมหัว 5,000 บาท

Velbon Camange 640 13,500 บาท

หัวบอล Manfrotto 325RC 1,300 บาท
หัวบอล Manfrotto 308RC 1,900 บาท
หัวบอล Slik Pro 800 1,800 บาท
หัวบอล Velbon 263 2,500 บาท
หัวบอล Velbon 263Q 4,000 บาท
หัวบอล Velbon 273 5,000 บาท
หัวบอล Velbon 273Q 7,200 บาท


ข้อมูลจาก http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3090126/O3090126.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
marketingnmedia
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2009, 10:27:11 am »

ขอบคุณมากครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
electric
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 03:19:13 pm »

ขอบคุณมากครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน  
พิมพ์
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF

Apple and the Apple logo are trademarks of Apple Inc. © 2007
:: Faux Apple theme by Rumbaar ::
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.343 วินาที กับ 20 คำสั่ง